ไม่อยากเสี่ยงโรคเบาหวาน หมั่นสังเกต 5 สัญญาณเตือนนี้!

อื่นๆ

ไม่อยากเสี่ยงโรคเบาหวาน หมั่นสังเกต 5 สัญญาณเตือนนี้!

รู้หรือไม่? โรคเบาหวานเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของโลก โดยมีผู้ป่วยด้วยโรคนี้มากถึง 422 ล้านคน ซึ่งแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวานสูงถึง 1.5 ล้านคน ขณะที่ในประเทศไทยมีสถิติพบว่ามีผู้ป่วยโรคเบาหวานประมาณ 5 ล้านคน และเสียชีวิตจากโรคนี้เฉลี่ยมากถึง 200 คนต่อวัน โรคเบาหวานจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างที่คิด


สังเกต 5 สัญญาณเตือนเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน

  1. เข้าห้องน้ำบ่อยกว่าปกติ
    ลองสังเกตตนเองว่าเข้าห้องน้ำบ่อยกว่าปกติหรือไม่  เพราะการปวดปัสสาวะบ่อย ๆ ถือเป็นอาการเบื้องต้นของโรคเบาหวาน เนื่องจากไตพยายามที่จะขจัดน้ำตาลส่วนเกินออกไป จึงไปเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดให้สูงขึ้น

  2. รู้สึกกระหายน้ำตลอดเวลา
    หากรู้สึกกระหายน้ำอยู่ตลอดเวลาโดยไม่มีสาเหตุ ทั้งที่ดื่มน้ำมากเพียงพอในแต่ละวัน หรือไม่ได้ออกกำลังกายหนักจนเสียเหงื่อมากเกินไป  ก็อาจมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานได้เช่นกัน

  3. แผลหายช้ากว่าปกติ
    สัญญาณเตือนอีกประการที่ไม่ควรมองข้ามคือแผลหายช้ากว่าปกติ ซึ่งเกิดจากร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี จึงส่งผลต่อการทำงานของหลอดเลือด ทำให้แผลหายช้าและเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้

  4. น้ำหนักตัวลดลง
    หากน้ำหนักตัวลดลงทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจควบคุมน้ำหนัก อาจเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานประเภท 1 ได้ ส่วนเบาหวานประเภท 2 ซึ่งพบบ่อยในคนไทยนั้นจะมีภาวะน้ำหนักเกินกว่าเกณฑ์ (ค่าดัชนีมวลกาย หรือ BMI มากกว่า 24.9)

  5. รู้สึกเหนื่อยล้ากว่าปกติ
    บางคนอาจจะรู้สึกว่าตนเองเหนื่อยล้ากว่าปกติ แม้ว่าได้พักผ่อนอย่างเพียงพอแล้วก็ยังรู้สึกอ่อนเพลียอยู่ดี ซึ่งนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่ามีระดับน้ำตาลในเลือดสูงได้ โดยมักเป็นอาการเบื้องต้นของโรคเบาหวานประเภท 2

ความแตกต่างระหว่างเบาหวานประเภท 1 กับประเภท 2

  • เบาหวานประเภท 1 – ภาวะที่ร่างกายขาดอินซูลิน เพราะตับอ่อนไม่สามารถผลิตอินซูลินได้  มักเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม จึงเป็นเบาหวานชนิดที่ไม่สามารถป้องกันได้
  • เบาหวานประเภท 2 - ภาวะที่ร่างกายไม่ตอบสนองต่ออินซูลินอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นเบาหวานชนิดที่สามารถป้องกันได้

อย่างไรก็ตาม หากดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ งดสูบบุหรี่ ควบคุมระดับความดันโลหิตและไขมันให้อยู่ในเกณฑ์ ก็จะลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน หรือช่วยให้วินิจฉัยโรคได้เร็วยิ่งขึ้น และเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

“ลองโควิด” รักษาโควิดหายแล้ว ทำไมยังป่วย
“ลองโควิด” รักษาโควิดหายแล้ว ทำไมยังป่วย

ผู้ป่วยโรคโควิด 19 โดยมากมักจะหายจากอาการป่วยภายใน 2-3 สัปดาห์ แต่ในผู้ป่วยบางคน พบว่า แม้จะรักษาอาการโควิดหายแล้ว แต่กลับมีอาการเจ็บป่วยอื่นๆ หลงเหลื

มาดูกันว่าทำไมจึงต้องนอนหลับให้มากขึ้น
มาดูกันว่าทำไมจึงต้องนอนหลับให้มากขึ้น

พบกับข้อดีที่น่าประหลาดใจต่างๆ ของการนอนหลับที่มีคุณภาพ

เคล็ดลับช่วยให้คุณนอนหลับได้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งชั่วโมง
เคล็ดลับช่วยให้คุณนอนหลับได้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งชั่วโมง

เคล็ดลับและวิธีที่รับรองได้ว่าจะช่วยให้คุณนอนหลับได้

เดวิด เบ็คแฮม เผยเคล็ดลับในการนอนหลับให้มีคุณภาพดีขึ้น
เดวิด เบ็คแฮม เผยเคล็ดลับในการนอนหลับให้มีคุณภาพดีขึ้น

วิธีเอาชนะเจ็ตแล็ก และเคล็ดลับเกี่ยวกับการนอนอื่นๆ โดยโกลบอลแอมบาสเดอร์ของเอไอเอ

เคล็ดลับสุขภาพเพื่อการนอนหลับที่มีคุณภาพมากขึ้น โดย เจอเรมี แปง
เคล็ดลับสุขภาพเพื่อการนอนหลับที่มีคุณภาพมากขึ้น โดย เจอเรมี แปง

เชฟชื่อดังจากประเทศอังกฤษให้คำแนะนำว่าควรรับประทานอะไรก่อนนอนเพื่อช่วยให้คุณนอนหลับสบาย

"นอนหลับดี สมรรถภาพเยี่ยม"
"นอนหลับดี สมรรถภาพเยี่ยม"

เคล็ดลับเกี่ยวกับการนอนจากนักเตะสโมสรท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์

การนอนเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นการลงทุนที่ชาญฉลาด
การนอนเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นการลงทุนที่ชาญฉลาด

การลงทุนกับการนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด ลองคิดดูสิ!

สนใจเป็นสมาชิก