core::core.title.start-now
banner

บริหารสมองพิชิตความสุข

        ภาวะความเร่งรีบ แรงกดดันจากการทำงาน การเรียน หรือแม้กระทั่งการใช้ชีวิต มักเป็นบ่อเกิดของความเครียด  ซึ่งความเครียดที่สะสมทีละนิดก็จะนำเอาความสุขออกไปจากตัวคุณชั่วคราวหรือถาวร ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะมีวิธีการรับมือกับความเครียดอย่างไร

        “ความสุข” เป็นห่วงโซ่ที่โยงใยมาจาก “สมอง” ผู้ซึ่งคอยควบคุมและสั่งการ  การเคลื่อนไหว พฤติกรรม และการรักษาความสมดุลของชีวิต โดยเฉพาะบริเวณสมองส่วนหน้า ที่มีเจ้าไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของระบบประสาทอัตโนมัติ และการสร้างฮอร์โมน อีกทั้งยังมีหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย การตื่น การหลับ รวมไปถึงอารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ เช่น ความโศกเศร้า เสียใจ หรือ มีความสุข

        ถึงแม้ประเทศไทยจะยังไม่มีการจัดตั้งกระทรวงแห่งความสุขอย่างเป็นทางการ เหมือนกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือภูฏาน แต่เราก็สามารถจัดการกับความเครียด จากการบริหารระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ด้วยวิธีง่าย ๆ ที่ทำได้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เราสามารถค้นพบความสุขที่แท้จริงได้ด้วยตัวเอง

หัวเราะบำบัด

        การหัวเราะแบบธรรมชาติ เกิดจากการกระตุ้นทำให้มีอารมณ์ขัน แต่หัวเราะบำบัด คือ การดูแลภายใน เริ่มจากหายใจเข้าลึก ๆ แล้วกลั้นไว้สักครู่ จากนั้นเปล่งเสียงเป็นจังหวะ เช่น โอ โอ โอ โอ เรื่อย ๆ จนกว่าอากาศที่เก็บไว้จะหมด หลังจากนั้นสูดหายใจเข้าใหม่ แล้วค่อยเริ่มเสียง อา อู และ เอ ให้หัวเราะเสียงละ 3 ครั้ง เมื่อออกเสียงได้เป็นจังหวะแล้วให้บริหารร่างกายควบคู่กันไป โดยเสียง “โอ” ให้ย่ำเท้าอยู่กับที่ เสียง “อา” ให้ยกแขนขึ้นสูง ๆ โบกไปมา เสียง “อู” ให้ส่ายเอวท่าฮูล่าฮูปส่วนเสียง “เอ” ให้หมุนหัวไหล่  
 
 
การเคลื่อนไหวสลับข้างเป็นท่าจีบตัวแอล

        ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาให้อยู่ระดับเดียวกัน แล้วมือขวาทำท่าจีบ โดยใช้นิ้วหัวแม่มือประกบกับนิ้วชี้ ส่วนนิ้วอื่น ๆ ให้เหยียดออกไป มือซ้ายให้ทำเป็นรูปตัวแอล (L) โดยกางนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ออกไป ส่วนนิ้วที่เหลือให้กำเอาไว้ จากนั้นให้ทำสลับกันซ้ายขวาไปมา 10 ครั้ง การเคลื่อนไหวดังกล่าว จะช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อมือให้ประสานกัน เพื่อไม่ให้เกิดอาการนิ้วล็อค กระตุ้นสมองเกี่ยวกับการสั่งการให้สมดุล มีการเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว และช่วยกระตุ้นการทำงานความสัมพันธ์ระหว่างมือกับตาอีกด้วย

ทำกิจวัตรประจำวันด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด

        เป็นการฝึกสมองจากสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้ว เพียงแค่ลองเปลี่ยนมาทำกิจวัตรประจำวันด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด เช่น เคยแปรงฟันด้วยมือข้างขวา นับจากนี้ก็ลองบีบยาสีฟัน และแปรงฟันด้วยมือข้างซ้ายแทน หรือ ทุกเช้าจะต้องทานอาหารด้วยมือข้างขวาที่ถนัด (ในบางท่านอาจจะถนัดซ้าย) ก็ลองสลับข้างจับช้อนจับส้อม แล้วป้อนข้าวตัวเองดู ระยะแรก ๆ อาจจะขลุกขลักบ้าง แต่วิธีนี้จะช่วยให้สมองซีกที่ไม่ค่อยได้ออกแรงควบคุมการทำงานของร่างกายได้ขยับเขยื้อนทำหน้าที่บ้าง หลังจากร้างรามานาน
 
ฝึกหายใจเข้าลึกๆ

        เริ่มแรกให้นั่งตัวตรง บ่าจะได้ผ่อนคลาย จากนั้นหายใจเข้าลึก ๆ ผ่านทางจมูก ยกกระบังลมขึ้นให้อากาศบริสุทธิ์เข้าในส่วนล่าง ขยายเข้ามาในส่วนกลาง และส่วนบนจนเต็มบริเวณหน้าท้อง หน้าอก จนถึงบ่าไหล่ หากทำอย่างถูกต้อง ส่วนบริเวณอกจะยกขึ้น ท้องจะโป่งออก และจะรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของกระบังลม จากนั้นค่อย ๆ หายใจออกทางปาก ด้วยการนับ 1-5 จนแน่ใจว่าหายใจออกจนสุดแล้ว นำไปสู่การหายใจเข้าอย่างเต็มปอดจริง ๆ ลองทำประมาณ 5-10 ครั้ง ทุกวันให้กลายเป็นกิจวัตร

        นอกจากความผ่อนคลายที่จะได้รับแล้ว การบริหารในแบบต่าง ๆ ยังจะช่วยผลักดันให้คุณมีความคิดเชิงบวก อันจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาการทำงานของสมอง พร้อมกันนั้นยังช่วยสร้างเสริมเซลล์ประสาท นำไปสู่การมีความสุขที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

โค้งสุดท้ายชอปลดหย่อนภาษี 2562 พร้อมรับสิทธิประโยชน์ 2 ต่อ

โค้งสุดท้ายลดหย่อนภาษี 2562 สมาชิกเอไอเอ ไวทัลลิตี้ รับสิทธิประโยชน์ถึง 2 ต่อ ทั้งรับส่วนลดพิเศษ และสิทธิ์ลดหย่อนภาษี...อ่านต่อ

พัชรศรี เบญจมาศ

ถ้าคุณรักตัวเอง คุณต้องเอาใจใส่ ดูแลร่างกายที่คุณใช้ทุกวัน ทั้งในเรื่องของการออกกำลังกายให้สุขภาพแข็งแรง และจิตใจให้มีสมาธิไปพร้อมกัน ชีวิตของคุณก็จะบ...อ่านต่อ