core::core.title.start-now
banner

เคล็ด(ไม่)ลับในการเลือกรองเท้า สำหรับคนชอบวิ่ง

Run stable, Run on the right shoes
เคล็ด(ไม่)ลับในการเลือกรองเท้า สำหรับคนชอบวิ่ง

 

          ไม่ว่าจะในยุคสมัยไหนการวิ่งก็ถือเป็นการออกกำลังกายยอดฮิตในทุกเพศ ทุกวัย เพราะเป็นการออกกำลังที่ง่าย เพียง แค่มีสภาพร่างกายที่พร้อม บวกกับรองเท้าดี ๆ สักคู่ ก็เริ่มต้นออกวิ่งกันได้แล้ว รองเท้าที่ดีคือรองเท้าที่สวมใส่สบาย เหมาะสมกับสรีระเท้าและโครงสร้างร่างกายของเรา ซึ่งจะช่วยให้การออกกำลังกายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แล้วรองเท้าแบบไหนจึงจะเหมาะสำหรับการวิ่ง วันนี้ เอไอเอ ไวทัลลิตี้ มีคำตอบมาฝากกัน ถ้าอยากรู้ไปดูกันเลย

          ในการเลือกซื้อรองเท้าวิ่งนั้น หลักที่สำคัญที่สุดคือเราจะต้องทราบว่าเรามีลักษณะเท้าเป็นแบบไหน โดยรูปแบบเท้ามีอยู่ 3 ลักษณะด้วยกันคือ ลักษณะฝ่าเท้าแบน ลักษณะฝ่าเท้าสูง และลักษณะฝ่าเท้าพอดี ซึ่งจะมีรายละเอียดการเลือกรองเท้าที่แตกต่างกันดังนี้
 

 

ลักษณะฝ่าเท้าแบน
          เมื่อยกฝ่าเท้าขึ้นมาดูจะพบว่าฝ่าเท้าจะไม่มีส่วนเว้าส่วนโค้งใด ๆ เลย หากสังเกตรอยเท้าบนพื้นทรายจะเห็นได้ว่ารอยเท้าตั้งแต่หัวแม่เท้านั้นเชื่อมต่อยาวไปจนถึงส้นเท้าเลยทีเดียว ถ้าคุณมีฝ่าเท้าลักษณะนี้แปลว่าคุณมีแนวโน้มที่จะวิ่งแบบ Over Pronation หรือวิ่งแบบเอียงเท้าเข้าด้านในมากไป ในขณะที่วิ่งส่วนหัวแม่เท้าและส้นเท้าด้านนอกจะถูกใช้งานอย่างหนัก และเมื่อวิ่งด้วยความเร็ว เท้าและขามักจะวนเข้าด้านในโดยอัตโนมัติ ทำให้เสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่เท้าและอาจเสียการทรงตัวได้ง่าย ดังนั้น ผู้มีฝ่าเท้าลักษณะนี้จึงควรเลือกรองเท้าแบบ Motion Control หรือรองเท้าแบบคุมการเคลื่อนไหวของเท้า ซึ่งจะมีพื้นรองเท้าที่กว้างและหนักกว่าปกติ ช่วยลดแรงกดทับและแรงกระแทกได้ดี ทั้งยังช่วยในการทรงตัวได้อีกด้วย

ลักษณะฝ่าเท้าสูง

          เมื่อดูที่ฝ่าเท้าแล้วเห็นว่ามีช่วงโค้งด้านในสูง หากสังเกตรอยเท้าบนพื้นทรายจะเห็นได้ว่ารอยเท้าแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือช่วงปลายเท้าและช่วงส้นเท้าชัดเจน ถ้าคุณมีฝ่าเท้าลักษณะนี้แปลว่าคุณเป็นคนมีฝ่าเท้าสูง และมีแนวโน้มที่จะวิ่งแบบ Under Pronation หรือวิ่งแบบเอียงเท้าออกด้านนอกเมื่อส้นเท้ากระทบพื้น พร้อมกับแกว่งเท้าออกไปด้านนอกขณะวิ่ง ทำให้เท้าได้รับแรงกระแทกจากระยะห่างของเท้ากับพื้นที่ลงเท้ามากกว่าคนทั่วไป จึงเสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่บริเวณต้นขา หัวเข่า และน่องได้ หลังจากวิ่งเสร็จก็มักจะมีอาการเมื่อยล้าบริเวณดังกล่าวมากกว่าลักษณะเท้ารูปแบบอื่น  เพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้น จึงควรเลือกรองเท้าแบบ Cushioned หรือรองเท้าแบบที่รับแรงกระแทกได้ดี ซึ่งจะมีส่วนเสริมกลางฝ่าเท้าและพื้นเท้าในการลดแรงกระแทกจากการวิ่ง และลดอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้

ลักษณะฝ่าเท้าพอดี
          คนส่วนใหญ่มักมีลักษณะเท้าแบบนี้ สังเกตได้จากส่วนโค้งของเท้าที่พอดี ไม่แบน และไม่สูงเกินไป รอยเท้าที่ทั้งเท้าเชื่อมถึงกันหมดแต่มีส่วนโค้งมากกว่าแบบฝ่าเท้าแบนและไม่ขาดจากกันเหมือนฝ่าเท้าสูง คนที่มีฝ่าเท้าลักษณะนี้มักจะมีการวิ่งแบบ Natural Pronation หรือวิ่งแบบเอียงเท้าเข้าด้านในเล็กน้อยเมื่อส้นเท้ากระทบพื้น ซึ่งเป็นลักษณะการวิ่งแบบธรรมชาติที่ได้เปรียบกว่าการวิ่งแบบอื่น ๆ เพราะมักไม่มีปัญหาใด ๆ ในการวิ่ง ทำให้สามารถเลือกใช้รองเท้าได้หลายแบบ หรือจะเลือกรองเท้าแบบ Stability ซึ่งเป็นรองเท้าที่เสริมความมั่นคงให้เท้า ช่วยรองรับเท้าทางด้านใน และช่วยลดแรงกระแทกให้กับเท้า โดยไม่มีการเสริมด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ แต่ควรหลีกเลี่ยงการเลือกรองเท้าแบบ Motion Control ที่มีพื้นรองเท้ากว้างและหนัก ซึ่งจะทำให้ขาได้รับแรงกระแทกมากขึ้น และอาจทำให้บาดเจ็บง่าย

          เมื่อทราบเกี่ยวกับลักษณะเท้า การวิ่ง และรูปแบบรองเท้าที่เหมาะสมแล้ว อย่าลืมเลือกสวมใส่รองเท้าที่เหมาะสมกับสรีระเท้า และโครงสร้างร่างกายเพื่อให้การวิ่งของคุณมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญเพื่อเป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้กับตัวเองอีกด้วย สำหรับใครที่ยังไม่ทราบว่าจะเลือกรองเท้าแบบไหน เอไอเอ ไวทัลลิตี้ มอบส่วนลด 30% ให้กับสมาชิกเอไอเอ ไวทัลลิตี้ เมื่อซื้อรองเท้ากีฬาและสินค้า Nike ที่สาขาสยามสแควร์วัน, เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว, เซ็นทรัลพลาซ่า เวสต์เกต, เซ็นทรัลพลาซ่า ปิ่นเกล้า และเซ็นทรัลพลาซ่า ศาลายา  
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

          มาเริ่มต้นออกกำลังกายกันวันนี้ เพราะสุขภาพดี คุณกำหนดเอง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

สนุกกับการดูแลสุขภาพในแบบ หมาก-ปริญ สุภารัตน์

พระเอกหนุ่มหล่อขวัญใจสาวน้อยสาวใหญ่อย่าง หมาก-ปริญ สุภารัตน์ กับบทบาทใหม่ “ตัวแทนของคนรักสุขภาพ” ขอออกมาเป็นกระบอกเสียงให้คนไทยลุกขึ้นมาออกกำลังกาย...อ่านต่อ